‘วิ่งสมาธิ’ แบบฉบับ ‘ซิตี้รัน’

“แค่หยิบรองเท้าแล้วก้าวออกไปวิ่ง” เป็นคอนเซปต์ง่ายๆ สำหรับการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ซึ่งเราจะวิ่งที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไรก็ได้ทั้งนั้น นับเป็นยุคที่การวิ่งบูมขึ้นมากในประเทศไทย จากการปลุกกระแสการวิ่งในภาพยนตร์เรื่อง รัก7 ปีดี 7 หน จนนำมาซึ่งงาน “วิ่งสู่ชีวิตใหม่” ในปี 2555 เป็นต้นมา โดยทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดขึ้น และส่งต่อการวิ่งสู่คนรุ่นใหม่ รวมถึงปลุกพลังนักวิ่งรุ่นเก่าให้ออกมาวิ่งอีกครั้ง

และหลังจากนั้น “ตูน บอดี้สแลม” ก็ปลุกคนไทยทั้งประเทศให้ออกมาวิ่งและดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยโครงการ “ก้าวคนละก้าว” เริ่มจากปลายปี 2559 ที่วิ่งจากกรุงเทพ ถึง โรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และปลายปี 2560 วิ่งจาก เบตง จ.ยะลา ถึง แม่สาย จ.เชียงราย โดยรายได้จากการบริจาคเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลที่เดือดร้อน และเพิ่มศักยภาพในการรักษาคนไข้ให้เพียงพอ รวมไปถึงการเกิดขึ้นของงานวิ่งราวๆ กว่า 1,000 งานในรอบปี 2560 ที่ผ่านมา เห็นได้ว่า “การวิ่ง” เป็นการออกกำลังกายสุดฮิตของคนไทย ที่สามารถทำได้ง่าย และคนไทยให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และกว่าจะถึงงานวิ่งที่แต่ละคนสมัครไว้ แน่นอนว่า “การซ้อมวิ่ง” เป็นสิ่งที่สำคัญที่นักวิ่งควรฝึกร่างกายตัวเอง เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายตามที่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นระยะ 5 กม. 10 กม. 21 กม. 42.195 กม. หรือระยะอัลตร้าที่ไกลกว่านั้น ระหว่างการฝึกซ้อม เพื่อให้ตัวเราไปถึงเป้าหมายของการวิ่งนั้น นักวิ่งเลือกที่จะซ้อมในสวนสาธารณะ บนลู่วิ่ง หรือในที่ต่างๆ กันไป ไม่ว่าเป้าหมายของการซ้อมไม่ว่าจะเพื่อฝึกหัวใจ-ปอด เพื่อความเร็ว หรือฝึกกล้ามเนื้อ เพื่อให้เกิดความอดทน นักวิ่งต้องโฟกัสไปที่ร่างกายตัวเอง ฟังเสียงร่างกายและหัวใจเป็นสำคัญ การที่จดจ่ออยู่กับสิ่งเหล่านั้น ทำให้เกิด “สมาธิ” ตามมานั่นเอง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth