เสพติดดื่มหวานจัดเสี่ยงหลายโรค

นพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ข้อมูลของ Global Agricultural Information Network ปี 57 พบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลถึง 28.4 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งสูงกว่าคำแนะนำถึง 4.7 เท่าการได้รับปริมาณน้ำตาลมากเกินความจำเป็นจะทำให้ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญหรือนำไปใช้ไม่หมด กลายเป็นไขมันสะสมในร่างกาย นอกจากนี้ ยังเป็นสาเหตุให้ร่างกายหลั่งสารอินซูลินออกมามากเกินจำเป็นทำให้ในระยะยาวร่างกายจะผลิตอินซูลินได้น้อยลง หรืออินซูลินที่ผลิตออกมาด้อยประสิทธิภาพจนทำให้ร่างกายเกิดโรคเบาหวาน

การบริโภคน้ำตาลมากเกินจำเป็น อาจทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ โรคอ้วนโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมา ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากร่างกายได้รับน้ำตาลเกิน มาจากการบริโภคเครื่องดื่มรสหวาน และปัจจุบันการแข่งขันทางการตลาดของเครื่องดื่มสูงขึ้นโดยมีโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ และมีกิจกรรมส่งเสริมการขายมากมายทำให้เกิดกระแสนิยมบริโภคเปลี่ยนไปนิยมดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานจนอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ จึงควรกินหวานให้น้อยลง สั่งหวานน้อยให้เป็นนิสัย สร้างความเคยชินในการรับรสพยายามคุมน้ำตาลให้ไม่เกิน 6 ช้อนชา/วัน
พญ.นภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล ผอ.สำนักโภชนาการ กล่าวว่า ปัจจุบันมีเครื่องดื่มรสหวานในท้องตลาดหลายชนิดที่ได้รับความนิยม เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มชาเขียวน้ำสมุนไพร น้ำผลไม้พร้อมดื่ม และเครื่องดื่มชาชง กาแฟสด ซึ่งเครื่องดื่มรสหวานเหล่านี้จะมีส่วนประกอบของน้ำตาลปริมาณมากเกินปริมาณที่แนะนำต่อวันคือไม่เกิน 24 กรัม หรือ 6 ช้อนชาโดยน้ำอัดลมชนิดน้ำดำกระป๋อง 325 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 31 กรัมหรือ 8 ช้อนชา น้ำอัดลม น้ำสี และน้ำใสกระป๋อง 325 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 39 กรัมหรือ 10 ช้อนชา ชาเขียวน้ำผึ้งมะนาวขวด500 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 49 หรือ 12 ช้อนชาเครื่องดื่มสมุนไพร 380 มิลลิลิตร มีน้ำตาล40 กรัม 10 ช้อนชา กาแฟสดและชาชงแก้วขนาดกลาง มีน้ำตาล 36-40 กรัม 9-10 ช้อนชา หากอยากดื่มน้ำหวานลองเลือกเป็นน้ำผลไม้สดจะดีกว่า
/ขอบคุณ สสส