แพทย์แนะ 4วิธี 5เทคนิค ชนะความโกรธ

แพทย์แนะ ประชาชนฝึกติดเบรกควบคุมอารมณ์ “4 วิธี” และใช้ “5 เทคนิค” จัดการความโกรธ ด้วยวิธีเบี่ยงเบนความสนใจ พร้อมย้ำเตือน5สิ่งที่ไม่ควรทำขณะรู้สึกว่าตนเองโกรธ ขณะนี้พบว่าสื่อโซเซียลมีการเผยแพร่คลิปการทะเลาะวิวาทกันบ่อยๆ ซึ่งอารมณ์โกรธนี้เป็นเรื่องปกติที่พบได้ในคนทั่วไป มักจะเกิดขึ้นเมื่อเราตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ เช่นถูกตำหนิ ถูกนินทา ถูกโกง ถูกคนอื่นขับรถปาดหน้า หรือถูกเอาเปรียบเป็นต้น

หากไม่สามารถควบคุมได้ จะกลายเป็นพลังทำลาย ทำอะไรหุนหันพลันแล่น การตัดสินใจผิดพลาดง่ายนำไปสู่ปัญหาต่างๆทั้งความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ปัญหาที่ทำงาน ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ความโกรธจะนำไปสู่การเพิ่มความเครียด และในทำนองเดียวความเครียดก็มักจะทำให้มีความโกรธเพิ่มมากขึ้น และอาจมีผลกระทบทางกายโดยขณะที่เราเกิดอารมณ์โกรธ ต่อมแอดรีนัลของร่างกาย จะขับสารคัดหลั่งชื่อแอดรีนาลินออกมาสู่กระแสโลหิต สารนี้จะกระตุ้นประสาทอัตโนมัติทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น หากเกิดในผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงอยู่เดิม อาจเพิ่มความเสี่ยงอันตราย อาจทำให้เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ด้วยเช่นกัน

อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ประชาชนทุกคนควรฝึกการติดเบรค เพื่อควบคุมอารมณ์และจัดการกับความโกรธของตัวเองให้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ โดยใช้วิธีฝึกการถามใจตัวเองในเบื้องต้น 4 ข้อดังนี้ 1. มองและคิดไปให้ไกลถามตัวเองว่าเรื่องที่โกรธอยู่นี้สำคัญต่อตัวเราเองมากน้อยแค่ไหน 2. ให้ถามตัวเองว่า ถ้าเราตอบโต้อะไรลงไปทันทีตามความโกรธ จะเกิดอะไรขึ้น “ได้แค่สะใจชั่วคราวแต่ต้องเสียใจเสียชื่อไปตลอดชีวิตหรือไม่” 3. ให้ลองถามตัวเองว่า เราได้เคยทำสิ่งเดียวกับที่คนอื่นทำกับเราในวันนี้หรือไม่ และเราเองก็ไม่รู้ตัวว่าทำให้คนอื่นโกรธเช่นกัน และ 4. ลองถามตัวเองว่า เพราะเหตุใดคนอื่น จึงทำเช่นนี้กับเรา ให้ลองคิดแบบมีเหตุมีผลว่าเขาอาจมีความจำเป็นจึงทำเช่นนั้น การถามตัวเอง จะช่วยประวิงเวลา ทบทวนตัวเอง ทำให้ใจเย็นลง ตั้งสติได้ ไม่หุนหันพลันแล่น และมองเห็นปัญหานั้นเล็กลง ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้จากการถามใจตัวเอง คือการให้อภัย การปล่อยวาง และทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth